ค้นหา
  • Admin

ข้อเสนอโครงการปรับปรุงสภาพแวดล้อมกรุงรัตนโกสินทร์ชั้นในตามแนวคิดการเติบโตอย่างชาญฉลาด (Smart Growth)

โดย  นายฐาปนา  บุณยประวิตร



ความสำคัญของพื้นที่

เกาะรัตนโกสินทร์มีพื้นที่ประมาณ 4.142 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 2,588.75 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่พระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ตลอดจนเป็นที่ตั้งของสิ่งปลูกสร้างและอาคารสำคัญทางประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน พื้นที่นี้มีพัฒนาการต่อเนื่องตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกที่ได้ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นเมืองหลวงเมื่อประมาณ 225 ปีก่อน อาคารสิ่งปลูกสร้างและสถาปัตยกรรมที่ปรากฏในทุกวันนี้เป็นงานศิลปะและสถาปัตยกรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของฝีมือช่าง ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการด้านต่างๆ รูปแบบสังคมวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และความภาคภูมิใจของคนในชาติมานานสืบจนปัจจุบัน

เมื่อแรกการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี มีการสร้างเมืองและชุมชนอยู่เฉพาะบริเวณริมน้ำ และภายในคลองคูเมือง ต่อมาจนถึงยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น เริ่มมีการขยายตัวของชุมชนออกไปนอกคูเมืองมากขึ้น การคมนาคมที่สำคัญภายในบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ส่วนใหญ่ใช้การเดินทางติดต่อด้วยทางน้ำ มีโครงข่ายเชื่อมโยงเส้นทางสัญจรหลักในการไปมาหาสู่กัน โดยใช้เรือแจว เรือยนต์ จึงมีคลองต่างๆ ทั้งที่เป็นคลองธรรมชาติ และคลองขุดที่เชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบ และต่อไปจนถึงแม่น้ำเจ้าพระยา สายน้ำสำคัญเหล่านี้เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์รวมทั้งพื้นที่ของกรุงเทพมหานครในปัจจุบันด้วย


ในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น การพัฒนาเมืองในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์และพื้นที่ต่อเนื่องโดยรอบ จะเน้นการสัญจรทางน้ำเป็นพาหนะหลัก จนกระทั่งสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการตัดถนนหลายสายเพื่อเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง ให้มีระบบคมนาคมทางบกได้บ้าง ทำให้ภาวะความทันสมัยของบ้านเมืองหลั่งใหลเข้าสู่พื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ มีการนำเอาระบบการก่อสร้าง และพัฒนาการตามแบบอย่างประเทศในยุโรปมาใช้ มีการก่อสร้างถนนสายต่างๆ และทำให้พื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์มีระบบการคมนาคมขนส่งและการสัญจรที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การขยายตัวของชุมชนได้ขยายออกไปทุกทิศทางที่ถนนสามารถยืดออกไปถึงได้ โดยเฉพาะเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้มีการก่อสร้างถนนราชดำเนินแล้วเสร็จ ได้มีการนำยานยนต์จากยุโรปเข้ามาใช้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ถนนราชดำเนินกลายเป็นถนนที่สำคัญที่สุดในขณะนั้น และต่อมาได้พัฒนากลายเป็นเส้นทางหลักของการคมนาคมทางบกที่เป็นทั้งประตู และเส้นทางผ่านที่เชื่อมโยงพื้นที่ฝั่งตะวันออก และฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีถนนราชดำเนินกลางและพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ที่เป็นทั้งพื้นที่เป้าหมายการเดินทาง และพื้นที่ทางผ่านของการสัญจร โดยมีกิจกรรมต่างๆ หลากหลายกระจายอยู่บนพื้นที่ริมถนนทั้งสองด้าน จึงอาจกล่าวได้ว่า ถนนราชดำเนินเป็นเส้นทางและประตูสู่ความเป็นมรดกทางประวัติศาตร์ที่สำคัญของประเทศ


เนื่องจากเป็นพื้นที่ซึ่งมีอาคารสถาปัตยกรรมหลักก่อตั้งอยู่มากที่สุด ดังนั้น ภายในบริเวณดังกล่าวนี้ จึงเป็นศูนย์รวมการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม ปริมาณของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศที่เดินทางเข้าเยี่ยมชมและซึมซับบรรยากาศในพื้นที่นี้จึงมีปริมาณมากกว่าพื้นที่อื่นๆ เฉพาะพื้นที่ภายในพระบรมมหาราชวังเพียงแห่งเดียว ในแต่ละปีจะมีผู้เยี่ยมเยือนเข้าชมรวมกันมากกว่า 5 ล้านคนโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศมีปริมาณการเข้าชมไม่น้อยกว่าปีละ 2.2 ล้านคนหรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 20 ของนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยทั้งหมด (สำนักพระราชวัง, 2551)


นอกจากปริมาณของผู้เยี่ยมเยือนที่เดินทางเข้ามายังเขตชั้นในเกาะกรุงรัตนโกสินทร์เป็นจำนวนมากแล้ว ภายในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยายังเป็นที่ตั้งของท่าเรือสำคัญจำนวน 4 แห่ง ได้แก่ ท่าช้างวังหลวง ท่ามหาราช ท่าพระจันทร์ และท่าพระอาทิตย์ โดยเฉพาะท่าช้างวังหลวงซึ่งตั้งอยู่บริเวณประตูเมืองเดิมของเขตเกาะเมือง ยังเป็นท่าเรือข้ามฟากที่มีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก (รองจากท่าพระจันทร์) เมื่อเทียบกับท่าเรือข้ามฟากอื่นๆ กล่าวคือเฉลี่ยไม่น้อยกว่าวันละ 8,000 คน (กรมพาณิชย์นาวีและการขนส่งทางน้ำ, 2551)


เนื่องจากเป็นพื้นที่แหล่งประวัติศาสตร์และศูนย์รวมอาคารสถาปัตยกรรมชั้นยอดของประเทศ้ ดังนั้น ในพื้นที่เขตชั้นในจึงเหลือเนื้อที่สำหรับกิจกรรมการอยู่อาศัยอยู่ค่อนข้างน้อย โดยพบว่ามีชุมชนดั้งเดิมที่ตั้งถิ่นฐานอาศัยอยู่เพียง 2 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนท่ามหาราช และชุมชนท่าเตียนซึ่งจำนวนผู้คนและครัวเรือนที่อยู่อาศัยมีปริมาณไม่มากเช่นเดียวกับชุมชนอื่นๆ ของกรุงเทพมหานคร

ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่า พื้นที่นี้เป็นศูนย์กลางแห่งการอนุรักษ์มรดกทางประวัติศาสตร์ ศิลปะและสถาปัตยกรรมที่สำคัญของประเทศอย่างแท้จริง ด้วยเหตุดังกล่าว จึงทำให้บริเวณแถบนี้กลายเป็นเขตการบริการเพื่อการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และมรดกทางสถาปัตยกรรมที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพมหานคร และหากนำเอาองค์ประกอบต่างๆ ที่ได้กล่าวมาเป็นปัจจัยในการสรุปอัจฉริยลักษณ์และหน้าที่หลักของพื้นที่เพื่อเป็นข้อมูลในการออกแบบและพัฒนาสภาพแวดล้อมแล้ว จะพบว่า พื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่เฉพาะที่มีความโดดเด่นทางด้านประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมซึ่งเหมาะสำหรับการเป็นห้องต้อนรับของประเทศ (Thailand Hospitality)


ไฟล์ประกอบเอกสาร

ข้อเสนอโครงการปรับปรุงสภาพแวดล้อมกรุงรัตนโกสินทร์ชั้นในตามแนวคิดการเติบโตอย่างชาญฉลาด (Smart Growth)


ดู 0 ครั้ง0 ความคิดเห็น

ASIA SPACE PLANNING CO., LTD

44,66 FL4, Pailin, Rattanathibet 28, Bang Kra Sor, Muang, Nonthaburi, 11000

Tel. 02 965 8821  Email asiaspaceplanning@gmail.com

  • สมาคมการผังเมือง
  • Smart Growth
  • YouTube Social  Icon
  • Facebook Social Icon